MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

เล่ม 1 ภาคแรก : มนุษย์มด ตอนที่ 7 ฟันฝ่าไปด้วยกัน

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 - 18:47 น.
AA 29


เย่เฉินตกตะลึงไปในทันที และในทันทีหลังจากนั้นเขาก็ส่ายหัวพลางพูด

“จากคำถาม น้องยังอ่อนแอเกินไป แม้แต่พี่ก็ยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับประกันความปลอดภัยของน้อง”

เย่จูเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลันและจับจ้องไปยังไปยังเย่เฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“พี่ต้องให้หนูไปกับพี่!”

เย่เฉินทำได้เพียงยิ้มอย่างขมขื่น เขาเข้าใจดีว่าน้องสาวตัวน้อยของเขานั้นดื้อรั้นเช่นไร เขารู้ว่าการเกลี้ยกล่อมเธอต่อไปเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ ถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดว่า

“ถ้าอย่างนั้น จากนี้น้องจำต้องฟังทุกอย่างที่พี่พูด เมื่อพวกเราออกไปที่นั่น ต้องไม่ทำอะไรตามใจตัวเอง น้องเข้าใจใช่ไหม?”

เย่จูเบิกบานใจ พยักหน้ารัวๆพร้อมกับหัวเราะคิกคัก เธอตอบ

“หนูรู้ว่าพี่ต้องเห็นด้วย อิอิ มา อาหารเที่ยวพร้อมแล้ว”

เย่เฉินหัวเราะอย่างบูดเบี้ยว ก่อนจะปิดประตูไว้เบื้องหลังเขาขณะที่เข้าไป เขามุ่งตรงไปยังห้องอาบน้ำเพื่อทำความสะอาดเศษเนื้อและเลือดที่ติดอยู่ตามร่างกาย หลังผ่านการทำความสะอาดแล้ว เข้าไปยังห้องครัว บนโต๊ะกระจก เขาเห็นอาหารที่ปรุงสุกแล้วหลายจาน เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความโหยหากวาดผ่านทั่วตัวเขา ภายใต้สายตาที่เว้าวอนของน้องสาว เขาคีบชิ้นของมันฝรั่งที่หันบางๆด้วยตะเกียบและยื่นมันเข้าปาก

“รสชาติเป็นไงบ้าง” เย่จูถามอย่างกังวล ปกติแล้วมันเป็นเย่เฉินที่รับผิดชอบในการเตรียมอาหาร นี่อาจนับว่าเป็นหนึ่งในความพยายามครั้งแรกของเธอในการปรุงอาหารอย่างเหมาะสม

เค็มเกินไป!

เย่เฉินรู้สึกได้ถึงความทุกข์ทรมานจากลิ้นของเขา มันคล้ายกับการใส่แผ่นเกลือป่นเข้าไปในปาก อย่างไรก็ตาม เมื่อสังเกตเห็นการจ้องมองมาด้วยความตื่นเต้นของน้องสาวตัวน้อย เขาพลันกลืนลงไปในทันทีเพื่อปกป้องความรู้สึกของเธอด้วยรอยยิ้มอันบึ้งบูด เขาตอบกลับ

“มันฝรั่งหั่นเหล่านี้ไม่เลว พี่ไม่คิดว่าน้องจะมีความสามารถด้านอาหารเช่นนี้”

เย่จูหน้าแดงระเรื่อ พรางก้มศีรษะลงต่ำ เธอพูดอย่างติดๆขัดๆ ด้วยเสียงอันเบา

“นี้..นี้.. จริงๆแล้ว มันฝรั่ง..แผ่น..”

เย่เฉินกลับกลายเป็นตะลึงงัน

ด้วยดวงหน้าที่ลุกลี้ลุกลน เย่จูคีบแผ่นมันฝรั่งและส่งมันผ่านริมฝีปากสีดอกกุหลาบอับบอบบางของเธอ ทันใดนั้นพร้อมกับการสะบัดไปมาอย่างฉุนเฉียว เธอคายมันออกมาและร้องตะโกนขึ้น

“โคตรเค็ม!”

เย่เฉินหัวเราะเบา ๆ ขณะกำลังหยิบอีกชิ้น เขากินมันในทันทีและพูด

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่ นี่ยังค่อนข้างน่าพอใจ น้องควรกินจานอื่น”

อั๊ก..เค็ม?

ในระยะต่อมาของการล่มสะลาย มันโชคดีแค่ไหนแล้วที่มีบางสิ่งให้กิน ยังจำต้องกังวลกับรสชาติอีกเหรอ!

เย่จูจ้องไปยังพี่ชายของเธอ ยกถ้วยแผ่นมันฝรั่งหั่นบางๆขึ้น พูดด้วยเสียงต่ำว่า

“ไม่ต้องกินแล้ว หนูจะเติมน้ำและต้มมันสำหรับอาหารค่ำ”

หลังจากคิดอย่างคร่าวๆ เย่เฉินพยักหน้ารับ

“ได้” เย่เฉินนึกได้ถึงเนื้อกลายพันธุ์ที่เขาเก็บไว้ในถุงพลาสติดและนำเอามันออกมายื่นให้กับน้องสาวของเขาในทันทีพร้อมพูด

“กินสิ่งนี้ มันจะส่งเสริมความแข็งแรงของน้อง”

เย่จูรับถุงพลาสติกสีดำมาพร้อมใบหน้าขึ้นสีด้วยความแปลกใจ เธอเปิดมัน ในถุงดูเหมือนจะบรรจุชิ้นเนื้อที่น่าสงสัยซึ่งคล้ายไขมันแกะ เธอสับสนและถามออกมา

“นี้คืออะไร”

“เนื้อกลายพันธุ์”หลังการพิจารณาคร่าวๆ เย่เฉินพูดต่อว่า

“หรือจะพูดอย่างง่ายๆ มันเป็นชิ้นเนื้อที่กินได้ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของน้องแข็งแรง มันบรรจุไว้ด้วยพลังงานจำนวนมหาศาล”

เย่จูตอบกลับด้วยการร้อง “โอ้วว” เธอรีบคืนมันให้พี่ชายของเธอทันทีโดยบอกว่า

“พี่ต้องใช้มัน หนูไม่สามารถจินตนาการได้ว่าตัวเองจะได้ประโยชน์จากมันมากแค่ไหน เมื่อพี่แข็งแกร่งขึ้น พี่จะสามารถปกป้องหนูได้ดีกว่า”

เย่เฉินยิ้มอย่างบางเบาและพูด “พี่กินมันมาเยอะแล้ว เล็กๆน้อยๆนี้ไม่มีผลมากมายกับพี่อีกต่อไป แต่หากน้องกินมัน มันควรจะเพิ่มความแข็งแกร่งของน้องขึ้นมาเท่ากับชายร่างกำยำ หากมันลงเอยด้วยการที่ต้องหลบหนี น้องจำเป็นที่ต้องแข็งแรงเป็นพิเศษเพื่อที่จะติดตามมาด้วยกันกับพี่”

หลังคิดอย่างคร่าวๆ เย่จูไม่ปฏิเสธอีกต่อไป วางมันอย่างช้าๆลงในปากของเธอ และเคี้ยวอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะกลืนมันลงไป

เพียงระยะสั่นๆต่อจากนั้น

“จริงๆด้วย หนูรู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้น” เย่จูมองดูร่างกายของตัวเธอเองด้วยความประหลาดใจ จะคาดคิดได้อย่างไร เนื้อชิ้นเล็กๆเช่นนั้นจะมีผลกระทบที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้จริงๆ!

“เอาล่ะ ตอนนี้ปล่อยมันไว้ก่อน มาทานอาหารกลางวันต่อกัน” เย่เฉินหัวเราะเบา ๆ ก่อนทานอาหารของเขาต่อ

เวลาผ่านไป......

หลังจากที่พวกเขาสองคนเสร็จสิ้นมื้ออาหารอย่างง่ายๆ พวกเขาก็พักผ่อนตั้งแต่ 11:30 น. ถึง 13:30 น. หลังจากตื่นนอนแล้ว เย่เฉินจัดเตรียมอาวุธของพวกเขาอย่างรวดเร็ว จากการเคลื่อนไหวของเย่เฉิน ทำให้เย่จูรุดเข้าไปตรวจสอบมีดผ่าแตงโมทั้งสี่ที่วางอยู่บนตู้ หยิบมีดผ่าแตงโมขึ้นมาอันหนึ่ง เธอกวาดแกว่งไปมาสองสามครั้ง ดูค่อนข้างจะตื่นเต้น

เย่เฉินเหลือบมองไปยังเธออย่างฉุนเฉียว เธอเหมือนเด็กแรกเกิดที่ยังไม่เคยสัมผัสกับความกลัว ตอนนี้เธออาจจะรู้สึกตื่นเต้น ทว่านั้นจะเปลี่ยนไปเร็วๆนี้เมื่อเธอได้สัมผัสกับความโหดร้ายทารุนและความน่ากลัวเมื่อต้องเผชิญกับซอมบี้ ก่อนออกเดินทาง เย่เฉินนึกขึ้นได้ว่าจำต้องเอาขวดน้ำมันเบนซินไปเพิ่มอีก มันอาจจะเป็นสิ่งช่วยชีวิตของเขาเมื่อสิ่งต่างๆแย่ลง

ทว่าไม่ควรนำไปมากเกิน?

เหตุผลนั้นง่ายมาก การแบกมากเกินไปรั้งแต่จะขัดขวางเขาโดยไม่จำเป็น ส่งผมกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเขา ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบัน อะไรก็ตามที่น้อยกว่าการจูโจมผสานกันของซอมบี้ 7 ตัวหรือมากกว่านั้นสามารถจัดการได้โดยมีความเสี่ยงเพียงน้อยนิด

หลังจากที่เขาทำทุกอย่างพร้อมแล้ว เขาหันกลับมามองยังน้องสาวตัวน้อยของเขาซึ่งสวมใส่เสื้อยืดและกางเกงยีนต์อยู่ เขาคอตกและบ่นอุบอิบ

“ไปเปลี่ยนเป็นเสื้อหนาๆและกางเกงแคโม พวกมันอยู่ในตูเสื้อผ้า พี่ซื้อมาเมื่อวันก่อน”

เย่จูกระพริบตาของเธอด้วยความงุนงง เธอมองดูการแต่งตัวของตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่อฟังและมุ่งหน้าไปยังห้องนอนเพื่อเปลี่ยน ในการต่อสู้เธอสวมใส่เสื้อแขนสั้นสีดำและกางเกงแคโมหนาๆ เป็นอะไรที่ค่อนข้างตลก เธอยังสวมหมวกดัคบิลดูคล้ายกับนักเต้นเบรก a break dancer

“รับนี้ไป”

เย่เฉินส่งมีดผ่าแตงโมให้กับเธอเพื่อใช้ป้องกันตัวเอง ก่อนที่จะเตือนเธออย่างหนักแน่นพร้อมพูด

“เมื่อพวกเราออกไปแล้ว ทำให้แน่ใจว่าติดตามมาอย่างใกล้ชิดข้างหลังพี่ อย่าลดการป้องกันของน้องลงและห้ามต่อสู้ด้วยตัวเองนอกจากพี่จะสั่ง”

เย่จูพยักหน้าของเธออย่างเชื่อฟัง

แม้เย่เฉินจะยังเป็นกังวล ทว่าเขาไม่อาจทำสิ่งใดมากกว่านี้ได้แล้ว เขาร้องเรียกอย่างลังเล “ไปกันเถอะ” ก่อนที่จะออกไปจากประตูหลังจากทำให้แน่ใจแล้วว่าตลอดสองฝั่งไม่มีสิ่งใด

ด้านหลังเขา เย่จูปิดประตูห้องด้วยเสียงดัง กริ๊ก..

ทิ้งสถานที่อันปลอดภัยไว้เบื้องหลังของพวกเขา รุดไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง สภาพแวดล้อมโดยรอบเงียบสงบยังกับป่าช้าทำให้รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวอันลึกลับที่แทบหายใจไม่ออก เย่เฉินยังคงดูสงบพร้อมกับชักนำเย่จูมาด้วย เขากวาดไปทั่วทั้งชั้นอย่างระมัดระวัง ปราศจากซอมบี้ภายใต้สายตาของเขา เขาก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆจนถึงชั้นล่าง

เมื่อผ่านบันได เย่จูสะดุ้งตกใจเมื่อค้นพบซากศพซอมบี้เรียงรายอยู่ตามมุม เธอสะดุดตัวเองพิงเข้ากับผนัง และอาเจียนออกมา

เย่เฉินเริ่มที่จะไม่อยากไปต่อ เขารู้สึกเห็นอกเห็นใจกับความจริงที่ใครๆต้องมาเผชิญกับฉากเกรอะกรังไปด้วยเลือดเช่นนี้อาจไม่สามารถทนทานต่อมันได้ เขาเข้ามาด้านข้างของเธอและลูบอย่างแผ่วเบาลงบนหลังของเธอ พยายามบรรเทาความรู้สึกไม่สบายของเธอก่อนจะพูดว่า

“บางที ตอนนี้น้องควรจะหันกลับไปก่อน ครั้งหน้าค่อยว่ากันใหม่”

เย่จูหยุดการอาเจียนของเธอลงอย่างฉับพลัน เช็ดริมฝีปากของตนจนสะอาด เธอขึ้นเสียงทางจมูกก่อนจะมุ่ยริมฝีปากของเธอแล้วบ่น

“พี่ต้องการเช่นนั้น ฮึ พวกมันไม่ใช่อะไรเลยนอกจากกลุ่มก้อนซากศพโง่ๆ ไม่มีอะไรให้ต้องใส่ใจ” หลังจากการประกาศกร้าวอย่างสั้นๆของเธอ เธอหันไปรอบๆเพื่อที่จะจ้องไปยังซากศพซอมบี้อย่างคาดโทษ ราวกับต้องการจะพูดว่า

“ฮึ ฉันไม่กลับพวกนาย”

อย่างไรก็ตาม เมื่อจ้องไปยังศพ สายตาของเธอตกลงไปยังตำแหน่งกะโหลกที่เผยออกของพวกมันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ด้วยเลือดสีดำหม่นที่ไหลซึ่งออกมาจากแผลที่ฉีกขาดของพวกมัน....

“อั๊ก”

ภายใต้ภาพที่น่าสะอิดสะเอียนได้กระตุ้นให้เธออาเจียนออกมาอีกครั้ง เย่เฉินทำได้เพียงหัวเราะอย่างขมขื่น ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอพึ่งได้เพียงตัวเองเท่านั้น

หลังผ่านช่วงเวลาสั้นๆ เย่จูก็ได้ได้สำรอกทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอกินในช่วงมื้อกลางวันออกมา ใบหน้าที่งดงามของเธอกลายเป็นซีดขาว ทว่าดวงตาของเธอกลับเปล่งประกายเต็มไปด้วยความดื้อรั้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ไปกันเถอะ” เย่จูเร่งเร้า หลังจากทำตัวเองให้เข้าสู่สภาวะที่สงบได้แล้ว

บรรยากาศหนาแน่นไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า เย่เฉินค่อนข้างที่จะชินชากับกลิ่นเช่นนี้แล้ว หลังจากทั้งหมด ในระยะต่อมาของการล่มสะลาย มันยากอย่างสุดแสนเพื่อที่จะค้นพบสถานที่ที่ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าเช่นนี้

ทั้งสองเริ่มเดินลงบันไดอีกครั้ง

ขณะที่พวกเขาเดินผ่านซากซอมบี้ ด้วยรูปลักษณ์ที่เปราะบางของเย่จู เธอยังคงดูซีดขาว ร่างกายสั่นเล็กน้อยๆและดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยรอยน้ำตา อย่างไรก็ตามเธอขบริมฝีปาก ผลักดันตัวเองพร้อมๆกับกล้ำกลืนความหวาดกลัวของเธออย่างแข็งขัน

“ฉันจะไม่ปล่อยให้พี่เผชิญกับต่อสู้ฟาดฟันเช่นนี้เพียงลำพัง ไม่มีวัน” สายตาที่ดูคุ้นเคยจับจ้องไปยังแผ่นหลังของพี่ชาย สายตาของเย่จูส่องประกายของความมั่นคงและความแน่วแน่

ชั้น 17 ภายในโถงทางเดินให้บรรยากาศเงียบสงบยังวังเวง เมื่อยืนอยู่ที่ด้านหนึ่งของปลายทางเดิน ทั้งสองกวาดมองไปยังเส้นทางที่แผ่ซ่านไปด้วยแรงกดดันอันอึดอัด ด้วยความสงบตามปกติวิสัยของเขา เย่เฉินเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังผ่านห้องที่มีมดกลายพันธุ์ มาถึงห้องที่สามจากทางด้านซ้าย ห้องนี้ถูกล็อค

เย่เฉินเคาะประตู

“กร๊ารช...” จากห้องที่ถูกปิดล๊อค ปรากฏเสียงคำรามเช่นสัตว์ร้ายดังออกมา ตามมาด้วยชุดของเสียงกระหน่ำทุบลงบนประตูดังสนั่นหวั่นไหว

เย่เฉินแนบหูของเขาใกล้ประตู หลังจากฟังอย่างถี่ถ้วน เขาคาดว่ามีซอมบี้ทั้งหมดสามตัวอยู่ในห้อง เมื่อพิจารณาถึงความแข็งแกร่งของประตูนี้ เขาประมาณว่ามันจะใช้เวลาอีกราวๆสามนาที ท้ายที่สุดแล้ว ซอมบี้ทั้งสามตัวนั้นเทียบเท่ากับความแข็งแกร่งของชายที่โตเต็มวัยแล้ว 9 คน

เย่จูซึ่งยืนอยู่ข้างหลังตกใจกับคำรามอย่างบ้าคลั่งของเหล่าซอมบี้ เสียงคำรามอันวุ้นวายชักนำความทรงจำก่อนหน้าของเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาที่เธอได้เห็นสีหน้าอันดุร้ายป่าเถื่อนของพวกมัน ความรู้สึกเย็นวาบผ่านไปยังกระดูกสันหลังของเธอ เธอไม่รู้จะช่วยอย่างไร แต่เข้าใจอย่างชัดเจนว่าสัตว์ประหลาดแบบใดที่พี่ชายของเธอกำลังต่อสู้อยู่!

มือที่บอบบางของเธอจับมีดแตงโมไว้แน่น เนื่องจากความกังวลใจ ฝ่ามือของเธอมีเหลื่อไหลพรากออกมา มือทั้งคู่สั่นไหว เธอหวนคิดถึงวิธีสงบใจที่เธอเคยเห็นผ่านรายการทีวีบางอย่าง เงียบ เธอเริ่มพูดซ้ำในใจ

“ ฉันไม่กลัว ฉันไม่กลัว….”

ในระหว่างที่ซอมบี้กำลังทุบประตู เย่เฉินโฉบเข้าสู่ห้องที่สองซึ่งก่อนหน้านี้ถูกครอบครองโดยซอมบี้ 8 ตัว ในตอนนี้ มันว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์ทำให้มันปลอดภัยอย่างแท้จริง

เย่เฉินปิดประตูและจัดการอย่างรวดเร็วด้วยวิธีเดิม ซ้อนโซฟาไว้เบื้องหลังประตู อนุญาตให้มันเปิดคาไว้ให้พอสำหรับซอมบี้เบียดผ่านเข้ามาได้เพียงครึ่งเท่านั้น ช่วงสั้นๆหลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้น ประตูของห้องที่สามก็ถูกบังคับให้เปิดออก ติดตามกลิ่นของเลือดอุ่นๆมา เหล่าซอมบี้เบียดเสียดกันมายังทางเข้าของห้องที่สอง ผลักดันกันอย่างวุ่นวาย พวกมันแย่งชิงกันเพื่อโอกาสที่จะไปถึงเป็นตัวแรก

หลังจากผ่านการทะลายประตูก่อนหน้ามา ซอมบี้ได้ใช้กำลังของพวกมันไปมากแล้ว พวกมันจึงไม่ได้ดูดุร้ายดังเช่นก่อนหน้านี้

เย่จูที่กำลังยื่นอยู่ที่มุมห้อง มองผ่านช่องว่างประตู เธอเห็นซอมบี้กำลังยัดครึ่งหนึ่งของศีรษะมันบรรลุเข้ามาในห้องแล้ว นัยน์ตาอันบ้างคลั่งของมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือด มันคำรามออกมาเผยให้เห็นคมเขี้ยว นัยน์ตาอันน่าขนลุกมุ่งเป้ามายังเธอ กรงเล็บตะวัดข่วนอย่างเกรี้ยวกราดโดยมีเป้าหมายเป็นเธออีกเช่นกัน ไม่ว่ามันจะพยายามอย่างไม่หยุดยั้งอย่างไร มันก็ไม่อาจที่จะเอื้อมถึงเธอได้

ภาพตรงหน้าส่งผลให้รูปลักษณ์ที่เปาะบางอยู่แล้วของเธอซีดจางมากยิ่งขึ้นไปอีก

ชรั๊กก…!

เย่เฉินที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง ตะวัดมีดผ่าแตงโมออกไปอย่างเฉยชา ด้วยจังหวะที่แม่นยำ เขาตัดแขนของซอมบี้จนขาดออก ท่ามกลางเสียงเห่าหอนที่เจ็บปวดของมัน เสร็จแล้วเย่เฉินกระแทกไปยังปรายหน้าผากที่แบนราบ บังคับให้มันถอยกลับไป

การกระแทกอย่างหนักหน่วงบังคับให้ซอมบี้ล่มกลิ้งไปด้านหลัง ทิ้งให้เกิดช่องว่างเปิดกว้าง ซอมบี้อีกสองตัวที่ถูกยัดเยียดให้อยู่แถวหน้า ปราดเข้ามาในขณะที่มีโอกาส เห็นกรงเล็บของพวกมันที่ยื่นออกมา เย่เฉินเริ่มต้นจัดการพวกมันออกไปทีละตัวอย่างง่ายดาย ภายหลังเขาปรับโซฟาเพิ่มช่องว่างระหว่างประตูให้กว้างขึ้น ทันใดนั้น หนึ่งในซอมบี้บุกเข้ามายังแถวหน้า เย่เฉินได้รอคอยมันอยู่หลังประตูเรียบร้อยแล้วด้วยการฟาดฟันอย่างหมดจดกะโหลกของมันก็ถูกเปิดออก ซอมบี้ก็ได้ถูกสังหาร

ซอมบี้อีกสองตัวที่ที่เหลือก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน ความสงบอันเป็นนิจนิรันดร์ตัดผ่านเข้าสู่สมอง

หลังจากชักลากซากศพของพวกมันเข้ามาในห้อง เย่เฉินปิดประตูที่อยู่ด้านหลังของเขา มองไปยังซากศพที่ไร้แขนทั้งสามตลอดชิ้นส่วนที่ถูกตัดขาดของพวกมันกระจายเกลื่อนอยู่บนพื้น เขาเดินเข้าหาหนึ่งในซากศพและเริ่มผ่าเปิดรางขอมันอย่างไม่ใส่ใจ

“โอ้วสวรรค์ พี่กำลังทำอะไร?” ใบหน้าของเย่จูซีดด้วยความหวาดกลัว มือทั้งสองของเธอที่กำลังกำมีดผ่าแตงโมสั่นอย่างไม่หยุดหย่อน ใครก็ตามหากถูกบังคับให้เป็นพยานกับฉากอันชั่วร้ายเช่นนี้ย่อมสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

เย่เฉินยิ้มเล็กน้อยก่อนพูด

““ เนื้อกลายพันธุ์ที่พี่ให้น้องนั้นถูกพบอยู่ภายในอกของหนึ่งในซอมบี้เหล่านี้ พี่แค่กำลังมองหามากขึ้น”

เย่จูมองดูพี่ชายของเธอที่กำลังผ่าศพและค้นหาผ่านอวัยวะภายในของพวกมัน ในระหว่างที่กำลังทำสิ่งที่ไม่อาจบรรยายได้เช่นนี้ เขายังคงยิ้มอยู่ได้อย่างไร? ประสบการณ์ที่น่ากลัวนี้ทำให้ขนทั่วร่างกายของเธอลุกชูขึ้นและหนังศีรษะของเธอด้านชา ทว่ามันไม่จบลงเพียงนั้น โดยไม่มีการบอกล่วงหน้าเธอได้รับรู้ว่าชิ้นเนื้อแปลกๆที่เธอทานเข้าไปก่อนนี้มาจากร่างของสิ่งมีชีวิตประหลาดเหล่านี้ ทำให้เธอตกตะลึงอย่างแท้จริงจนถึงจุดที่แทบสิ้นสติ พิงเข้ากับผนังที่อยู่ข้างๆเออย่างหมดสะภาพ เริ่มขย้อนออกมาอย่างไม่อาจควบคุม

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

เล่ม 1 ภาคแรก : มนุษย์มด ตอนที่ 7 ฟันฝ่าไปด้วยกัน