MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

เล่ม 1 ภาคแรก : มนุษย์มด ตอนที่ 4 เนื้อกลายพันธุ์

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 - 12:19 น.
AA 33


สายตาที่จับจ้องมาไม่ว่าจะเลวร้ายอย่างไรก็ไม่อาจฆ่าใครได้ เช่นนั้นเย่เฉินจึงไร้ความสนใจต่อมัน เขาเข้าหาร่างกายของเธออย่างไม่แยแส หลังจากยืนยันการตายแล้ว เขาก้มลงต่ำและใช้มีดผ่าเปิดร่างกายของเธอ

ผิวของเด็กสาวซีดขาว พร้อมกับเล็บสีเขียว เมื่อผ่าเปิดชั้นผิวออก เลือดพรั่งพรูออกมาจากรอยผ่าเช่นสายน้ำไหล ดำมืดส่องประกายแวววับราวน้ำหมึก ตามติดมาด้วยกลิ่นเหม็นหืนของโลหะ คนปกติทั่วไปจะถูกยับยั้งด้วยสายตาที่จับจ้องมาอย่างอาฆาตแค้นชิงชัง ไม่แม้แต่จะกล้าเข้าใกล้ศพ น้อยมากที่จะเข้ามาสัมผัสกับมัน อย่าไรก็ตาม เย่เฉินมีความคุ้นเคยมานานแล้วและไม่สนใจสิ่งนี้นานนัก

“หืมม..?”

ดวงตาของเย่เฉินสว่างขึ้นอย่างฉับพลัน “นี้มันเนื้อกลายพันธุ์!”

ที่นั้น ภายในโพรงอกของเด็กสาว ข้างๆด้านขวาหัวใจดำสะนิดของเธอ เป็นชิ้นเนื้ออันอ่อนนุ่มสีขาว มีลักษณะคล้ายก้อนไขมันแกะ แม้จะล้อมรอบด้วยเลือดดำคล้ำกลับบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์

ด้วยถุงพลาสติกที่คลุมมือของเขา เย่เฉินทำการเก็บเกี่ยวชิ้นเนื้อสีขาวอย่างระมัดระวัง หลังจากนั้น เขาได้กลิ่นอ่อนๆโชยมาจากมัน มันไม่ได้ให้กลิ่นอายที่ไม่พึงประสงค์ใดๆ แทนทีมันมีกลิ่นหอมที่แตกต่างและละเอียดอ่อน

“ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากลงมือกับซอมบี้ตัวเต็มวัยสองตัวโดยปราศจากสัญญาณใดๆของเนื้อกลายพันธุ์ ฉันจะพบจากซอมบี้น้อยตัวนี้” เขายิ้มพรางส่ายหัวพร้อมหัวเราะ

เย่เฉินมุ่งไปยังห้องน้ำและได้ล้างทำความสะอาดชิ้นเนื้อสีขาว หลังจากนั้นเขาก็ยื่นมันเข้าไปในปากของเขาและเคี้ยวอย่างพิถีพิถัน

เนื้อกลายพันธุ์!

มันให้ส่งผลกระทบน่าอัศจรรย์ การบริโภคมันทำให้ร่างกายทรงพลังและแข็งแกร่งขึ้น มันจะพบได้เพียงครั้งคราวจากภายในร่างกายของซอมบี้

เหตุผลที่มนุษย์กลับกลายเป็นซอมบี้นั้น เป็นเพราะร่างกายของพวกเขาไม่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการติดเชื้อไวรัส การเป็นชนวนเหตุให้โครงสร้างดีเอ็นเอของพวกเขาเกิดการพังทลายและผิดหนังของพวกเขาเกิดการเน่าเปื่อย มันก็เหมือนกับการขับเคลื่อนจักรยานด้วยรูปแบบการปฏิบัติการเช่นเดียวกันกับรถยนต์ ด้วยความแข็งแกร่งตามธรรมชาติของมันที่ไม่เพียงพอแล้ว ดังนั้นการทำเช่นนี้เพียงพิสูจน์แล้วว่าเป็นอันตรายต่อตนเอง

แล้วจุดแข็งของผู้คนละคืออะไร?

โดยไม่ต้องสงสัยมันย่อมต้องเป็นภูมิปัญญาของเขาทั้งหลาย

หากปราศจากสติปัญญา และอาวุธทางเทคโนโลยีขั้นสูง มนุษย์ก็จะถูกพิจารณาว่าอ่อนแอในสายตาของสัตว์ป่าตามธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย พ่ายแพ้ต่อความดุร้ายอันเหี้ยมหาญของสิงโต ความเร็วของเสือชีตาร์ ความสามารถในการบินของเหยี่ยว พละกำลังและการหวงแหนในชีวิตของแมลงสาบ

เจตนาเบื้องหลังที่ว่าทำไมนักวิทยาศาสตร์จึงทำการค้นคว้าวิจัยไวรัสอย่างจริงจัง คือการใช้มันเพื่อกระตุ้นเซลล์ของมนุษย์ให้พัฒนาต่อไป ให้เหนือกว่าความแข็งแกร่งตามธรรมชาติของสัตว์ป่า ทว่าน่าอนาถใจ ในขณะที่ไวรัสยังอยู่ระหว่างการพัฒนา กลับเกิดการระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้เกิดภัยพิบัติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนลุกลามไปทั่วเช่นนี้….

มนุษยชาติส่วนใหญ่ติดเชื้อและภายใต้อิทธิพลที่รุนแรงของไวรัส พวกเขาเปลี่ยนกลายเป็นซอมบี้ อย่างไรก็ตามส่วนหนึ่งของซอมบี้เหล่านี้มีสิ่งที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้พัฒนาไวรัสปรารถนา

“เนื้อกลายพันธุ์”

ตามการอนุมานของพวกเขา ไวรัสที่สมบูรณ์แบบจะเปลี่ยนกายเนื้อของมนุษย์ไปสู่บางสิ่งที่ใกล้เคียงกับเนื้อกลายพันธุ์ ปรับปรุงพละกำลังของพวกเขาอย่างมหาศาลเช่นเดียวกันกับการทำให้ความแข็งแรงของร่างกายพวกเขาอยู่ในระดับที่ไร้แก่นสาระ ให้กำเนิดเผ่าพันธุ์มนุษย์ 'ใหม่'!

ทว่าวันนี้....

สำหรับเย่เฉิน เนื้อกายพันธุ์เป็นบางสิ่งที่สนับสนุกความสามารถที่เหนือกว่าทางร่างกายของเขา เนื้อสีขาวอ่อนนุ่มปลดปล่อยกลิ่นหอมอันเลือนรางออกมาในขณะที่เขาขบเคี้ยวมัน หลังจากนั้น เย่เฉินพักผ่อนช่วงสั่นๆ ให้เวลาสำหรับการย่อยสะลายเนื้อกลายพันธุ์ ปล่อยให้มันส่งผลกระทบต่อร่างกายของเขาทีละเล็ก ทีละน้อย

เย่เฉินรวบมือของเขากำเป็นหมัด เขารู้สึกได้รางๆว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาดีขึ้นประมาณหนึ่งในสี่ เนื้อกลายพันธุ์ชิ้นนี้เล็กเกินไปนัก ถ้าหากมันมีขนาดเท่ากำปั้น มันอาจจะสนับสนุกความแข็งแรงของเขาได้มากกว่า 100 ปอนด์

เย่เฉินวนรอบห้องอีกครั้งยืนยันว่าไม่มีซอมบี้ตัวอื่นอีก นอกเหนือจากนั้น เขาพบผักกระป๋องสามกล่อง เขายังพบปลาแช่แข็งบางส่วนในตู้เย็นซึ่งสลายตัวไปแล้วเนื่องจากการปนเปื้อนของไวรัส บนตัวปลาที่เน่าเปื่อยมีหนอนอยู่มากเกินจะนับ เมื่อรับการชำระล้างโดยไวรัส ในท้ายที่สุดแล้วพวกมันก็จะเริ่มกลายพันธุ์

ย่เฉินเปิดกระป๋องผักเหล่านั้น เมื่อตรวจสอบดูอย่างละเอียดแล้ว ปรากฏว่าพวกมันยังอยู่ในสภาพเดิม ไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัส จากนั้นเขาก็วางทั้งกล่องสามกล่องไว้บนเคาน์เตอร์ เตรียมพร้อมสำหรับเขาที่จะมาเอากลับคืน เมื่อเสร็จสิ้นการล่าซอมบี้

กุมมีดผ่าแตงโม เย่เฉินสูดลมหายใจลึก ก่อนที่จะเปิดประตู และออกไปเสี่ยงโชคอีกครั้ง

บนทางเดินยังคงว่างเปล่า ปลดปล่อยความเงียบสงัดอันลึกลับ เย่เฉินเข้าหาห้องถัดไปอย่างระมัดระวัง มันถูกล็อค เขาไม่ได้พยายามฝืนเปิดมัน หากมันมีซอมบี้ใดๆอยู่ภายใน มันจะเป็นการดีกว่าที่จะปล่อยพวกมันไว้ เมื่อพวกมันไม่อาจเปิดประตูออกมาได้ สิ่งที่เฝ้ารอพวกมันอยู่เป็นเพียงความตากจากความหิวโหย.......

ห้องต่อไปก็ยังคงถูกล็อคด้วยเช่นกัน นี้ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ หลังจากทั้งหมด การล่มสะลายเกิดขึ้นตอน 1 ทุ่มในช่วงเย็น คนส่วนมากจะอยู่ในห้องของพวกเขากันแล้ว และไม่มีใครจงใจที่จะปลดล็อคห้องของพวกเขาเมื่อพวกเขาอาศัยอยู่ในโรงแรม

เย่เฉินออกสำรวจทั่วทั้งชั้นทำให้แน่ใจว่าไม่มีซอมบี้เร่รอนอยู่บนเส้นทางก่อนจะมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ ตระเตรียมที่จะลองเสี่ยงไปยังชั้นอื่นๆ

“ชั้น 13!”

หมายเลขแสดงตำแหน่งปัจจุบันของลิฟต์ พรางกดปุ่ม เย่เฉินเรียกลิฟต์เพื่อขึ้นข้างบน เขารออย่างเงียบๆ เช่นกันกับสังเกตตัวเลขที่กำลังเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลบางอย่าง ความรู้สึกลึกลับของความไม่สบายใจเริ่มเข้าเกาะกุมตัวเขา

“ชั้น 14”

“ชั้น 15”

พร้อมกับลิฟต์ที่เลื่อนขึ้น เย่เฉินเองก็รู้สึกใจคอไม่ดีด้วยเช่นกัน เริ่มที่จะเลวร้ายลงเรื่อยๆ จนไม่อาจที่จะต้านทานมันได้อีกต่อไป เย่เฉินเร่งไปยังขั้นบันใดที่อยู่ใกล้ๆโดยไม่รอให้ลิฟต์มาถึง เขาซ่อนตัวอยู่หลังตู้ดับเพลิง ภายใน 2 วินาที ประตูลิฟต์เริ่มเคลื่อนเปิดออก จับจ้องมองดูจากบันใดที่เงียบสงบราวป่าช้า เหมือนมีบรรยากาศอันน่าขนลุก

ก่อนที่เย่เฉินจะผ่อนลมหายใจ จากภายในลิฟต์ ปรากฏการส่ายไปมาเล็กน้อย......

เย่เฉินรู้สึกหนังตากระตุก เขาเร่งควบคุมการหายใจ ประหนึ่งว่าแทบจะหยุดการเต้นของหัวใจของเขาเอง ไม่ทำให้เกิดเสียงแม้แต่น้อย ร่างที่ส่ายโงนแงนปรากฏออกมาประกอบด้วย 2 ชายและ ผู้หญิง 1 คน แต่งกายภายในชุดที่ไม่เป็นทางการ จากการประเมินอย่างจิงจังแสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้ได้มายังที่นี้สำหรับวันหยุดพักผ่อน เมื่อการล่มสะลายเกิดขึ้นพวกเขายังคงอยู่ภายในลิฟต์ พวกเขาทั้งสามคนได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นซอมบี้

ซอมบี้ผู้หญิงสวมใส่เสื้อยืดสีขาว มันเป็นลวดลายตุ๊กตาหมีที่น่ารัก ทว่ากลับเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดอย่างสมบูรณ์ บางทีอาจเป็นหนึ่งในเพื่อนหรือครอบครัวของพวกเขาสามารถจัดการต้านทานผลกระทบของไวรัสได้ ทว่ากลับถูกฉีกแยกอย่างอนาถโดยทั้งสาม...

ผมของผู้หญิงอยู่ในสภาพยุ่งเหยิงและเล็บของเธออย่างน่าหวาดหวั่น ถึงแม้ว่าผิวของเธอจะไม่ได้เปื่อยเน่า ทว่าดวงตาของเธอเป็นสีเขียวขุ่น พร้อมกับฟันที่ยื่นออกมากลายเป็นเขี้ยวที่น่าหวาดกลัวและเลือดแห้งเกาะเป็นก้อนอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ โดยสิ้นเชิงแล้วเดิมทีเธอมีใบหน้าที่ละเอียดอ่อนได้กลับกลายเป็นบางสิ่งที่น่าสะยอดสยองและน่าขนลุก

สำหรับชายอีกสองคน สถานการณ์ปัจจุบันของพวกเขายิ่งกว่าหรือไล่เลี่ยกันกับผู้หญิงเล็กน้อย เมื่อออกมาจากลิฟต์พวกมันเริ่มที่จะเดินวนรอบๆในบริเวณใกล้เคียง สูดดมไปทั่วราวกับว่าพวกมันรับรู้ได้ถึงกลิ่นอันหอมหวานของเลือดอุ่น

เย่เฉินประหม่าเล็กน้อย โชคดีที่เขาออกห่างจากลิฟต์ได้ทันเวลา หากว่าเขายังคงยืนอยู่ที่นั้น เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก มันอาจจะเป็นจุดจบของเขาแล้ว

ซอมบี้นั้นมีความสามารถในการรู้สึกได้ถึงกลิ่นได้อย่างน่าประหลาดใจ ถึงแม้คุณจะกระโดลงไปในแหล่งน้ำ พวกมันก็อาจจะยังคงสูดดมกลิ่นของคุณได้ เย่เฉินตัดสินใจที่จะไม่ไม่หยุดยืนอยู่ต่อ หากยังคงปิดซ่อนในที่สุดเพียงนำไปสู่การถูกพบเท่านั้น เขาระงับลมหายใจของตนเองและถอยออกไปอย่างช้าๆ ทำให้เงียบทุดสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

มันเป็นสิ่งที่ดีที่เย่เฉินมักชอบใส่รองเท้าผ้าใบ หากเขาใส่รองเท้าหนังหรือบางสิ่งที่มีหมุดใต้พื้น มันอาจมีเสียงก้องในทุกๆก้าวที่เขากระทำ ด้วยร้องเท้าผ้าใบ การก้าวเดินอย่างแผ่วเบาจึงช่วยลดเสียงฝีเท้าของเขาลงได้อย่างมหาศาล

ก้าวแรก และก้าวต่อๆไป

ทุกๆก้าวยาวนานราวชั่วนิรันดร์ มันใช้ไปถึงสิบก้าวกว่าเขาจะบรรลุถึงมุมที่อยู่ตรงข้ามบันใด เพียงเท่านั้น ซอมบี้วัยเยาว์จากพื้นด้านล่างก็มาถึง ด้วยการล่อลวงโดยกลิ่นของเลือดอุ่น มันเห็นเย่เฉินที่กำลังก้าวขั้นบันใดอยู่ในทันที ดวงตาของมันพลันส่องประกายด้วยความกระหายเลือด พร้อมกับเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความตะกละ วิ่งตรงไปยังเย่เฉิน

เสียงคำรามนี้ได้แจ้งเตือนกลุ่มของซอมบี้ 3 ตัวในทันที เป็นเหตุให้พวกมันวิ่งมาอย่างรวดเร็ว เมื่อพบเห็นเย่เฉิน ดวงตาของพวกมันเต็มไปด้วยความดุร้ายและพุ่งเข้าไปอย่างแข็งขันเพื่อที่จะย่นระยะทางของพวกเขา

เย่เฉินรู้แล้วว่าเขากำลังตกอยู่ในปัญหา แต่เขาไม่ได้วิ่งไปยังบันไดด้านล่างเพราะรู้ว่ามันจะนำไปสู่การดึงดูดซอมบี้มากขึ้นเท่านั้น หากเขาจะทำเช่นนั้น มันจะจบลงด้วยการที่เขาเหนื่อยล้าหลังจากการไล่ล่าเป็นเวลาและในที่สุดก็จะถูกฉีกแยกออกโดยซอมบี้ แม้จะรู้สึกว่ามือของเขาที่จับมีดผ่าแตงอยู่จะชุ่มเหงื่อ แล้วอย่างไร เขาไม่ได้สูญเสียความเยือกเย็น ภายในไม่กี่วินาทีซอมบี้ก็เข้ามาใกล้ เขามองสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ จดจำทุกรายละเอียด

“กร๊าซซ..ซ..”

ซอมบี้ตัวแรกวิ่งมาจากด้านบนบันใด ขณะที่มันพุ่งลงมา ความแรงในการเคลื่อนที่ของมันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ด้วยกรงเล็บที่คว้ามาจากที่สูง มันกวาดไปยังไหล่ของเย่เฉินตั้งใจที่จะล็อคตัวเขาไว้ในขณะเดียวกันก็จะกัดไปยังลำคอของเขา

เย่เฉินจะยินยอมให้ซอมบี้ตัวนี้ทำตามที่มันต้องการได้อย่างไร เขาก้าวเท้าเข้าหาซอมบี้ในขณะที่มันพุ่งมายังเขา พรางเตะไปยังเอวของมัน ส่งมันผ่านเขาไป หากเขาเตะไปยังหัวของมัน ด้วยความแข็งแกร่งของซอมบี้บวกกับความแรงในการเคลื่อนลงมาของมัน มันอาจจะส่งให้ตัวเขาบินออกไปแทน

ในขณะที่เตะไปยังเอวของมันจากด้านข้าง ซอมบี้ก็ได้สูญเสียการทรงตัว ขณะกำลังอยู่บนบันใด ด้วยเหตุนี้เองทำให้มันล่มกลิ้งลงไปอย่างไม่อาจควบคุมไปจนถึงพื้น สับสนวุ่นวายไปตลอดเส้นทาง

เย่เฉินยังไม่อาจผ่อนคลายได้ ด้วยซอมบี้มากกว่าสามตัวกำลังใกล้เข้ามา เขาไม่มีแม้แต่เวลาที่จะเอาขวดน้ำมันออกมาเพื่อจุดไฟ เขาก้มตัวลงต่ำและเตะกวาด ซอมบี้ขายตัวต่อไปที่วิ่งเข้ามาอย่างว่องไว

เนื่องจากแรงเคลื่อนเข้ามาในขณะพุ่งลงบันใดของตัวมันเอง มันไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากในการส่งซอมบี้ตัวร่วงลงไปเช่นนี้ มันกลิ้งลงบันใดและพุ่งประทะเข้าสู่ซ่อมบี้วัยเยาว์ด้านล่าง เช่นนี้จึงกลายเป็นสิ่งกีดขวางซอมบี้สาวให้กระโดดข้ามในทันที

ด้วยอันตรายที่กระชั้นเข้ามาในชีวิตของเขา เย่เฉินจัดการหมุนตัวไปด้านข้าง จากนั้นเขาหมอบตัวลงในนาทีสุดท้าย เขาลุกขึ้นและแทงเข่าเข้าใส่อกของเธออย่างโหดเหี้ยม พร้อมกับฟาดมีดผ่าแตงโมด้วยกำลังทั้งหมดของเขา ด้วยการสับลงไปอย่างอาจหาญ ตัดผ่านเนื้อเข้าไปมากกว่าครึ่งของลำคอซอมบี้สาว เป็นเหตุให้หัวของเธอร่วงลงและห้อยโตงเตง เหลือเพียงเศษของผิวหนังและเส้นเอ็นเท่านั้น น่าสะอิดสะเอียนต่อสายตาอย่างแท้จริง

เย่เฉินไม่ใส่ใจเธออีกต่อไป ขณะที่เขาสังเกตเห็นซอมบี้เบื้องล่างกำลังลุกขึ้น เขารีบพุ่งไปยังด้านบนของบันใด ระหว่างที่กำลังพุ่งขึ้น เขาปลดขวดน้ำมันเบนซินด้วยมือหนึ่งและพรางดึงกล่องไม้ขีดไฟด้วยอีกมือ ด้วยการเคลื่อนไหวมืออย่างคล่องแคล่วจนน่าใจหาย เขาดึงก้านไม้ขีดไฟออกมาจากกล่องและจุดมันได้อย่างราบรื่น

รูปแบบการเคลื่อนไหวอันคล่องแคล่วเช่นนี้อาจทำให้ผู้บนเห็นมึนงงและสับสน หากเป็นกับคนทั่วๆไป เขาจะตื่นตกใจและคลำอย่างเงอะงะในสายตาของซอมบี้เบื่องล่างที่กำลังวิ่งเข้ามายังเขา

“เกมโอเวอร์”

เย่เฉินยืนอยู่ที่ด้านบนของบันใด พร้อมกับไม้ขีดไฟที่ติดไฟแล้วอยู่ในมือ เขาเหลือบมองไปยังซอมบี้สองตัวที่กำลังวิ่งเข้าหาเขาอย่างไม่ใส่ใจ เช่นเดียวกันกับซอมบี้ตัวอื่นๆที่ถูกขัดขวางโดยซอมบี้สาวที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เขาบิดเปิดขวดน้ำมันเบนซินและโยนมันตรงไปยังสองซอมบี้ที่กำลังใกล้เข้ามา สิ่งที่บรรจุอยู่ภายในกระจายออกมาใส่พวกมันราวสายน้ำไหล พร้อมๆกับ สะบัดไม้ขีดไฟที่ติดไฟแล้วเข้าสู่อากาศ ด้วยเส้นโค้งที่สวยงาม มันหยุดลงตรงจุดที่เติมน้ำมันเบนซิน

บึม.ม..!!

เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นกลางบันได ส่องสว่างบริเวณโดยรอบ เสียงดังกึกก้องกลบเสียงกรีดร้องที่น่าสมเพชของสองซอมบี้ เมื่อไฟมอดลง เหลือเพียงซากศพที่ไหม้เกรียมอยู่เพียงคู่หนึ่ง แม้แต่ซอมบี้ที่ในที่สุดก็หลุดลอดแยกออกจากซอมบี้สาว ก็ย่อยยับอยู่บนพื้นเนื่องจากแรงอัดกระแทกของการระเบิด ชักกระตุกอยู่อย่างแผ่วเบา

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(1)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

เล่ม 1 ภาคแรก : มนุษย์มด ตอนที่ 4 เนื้อกลายพันธุ์