MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

เล่ม 1 ภาคแรก : มนุษย์มด ตอนที่ 3 ล่าซอมบี้

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 - 23:00 น.
AA 72


“พวกเราจะซ่อนตัวอยู่ที่นี้เหรอ?” เย่จูกวาดสายตาของเธอไปทั่วห้อง เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่มีแมลงใดๆ เช่นแมลงสาบหรือยุงให้พบเห็น มันปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบในห้องนี้

หากเป็นสถานที่ปกติแห่งอื่น ๆ เมื่อการล่มสะลายเกิดขึ้น แทบจะในทันทีคมเขี้ยวมากมายและกรงเล็บอันแวววับจากบรรดาหนูกลายพันธุ์ที่นับไม่ถ้วน แมลงสาบ ยุงและสัตว์ประลาดอื่นๆอีกมากมหาศาล.....

เย่เฉินส่ายหัว เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกอันมืดมัว ฟ้าร้องคำรามดังก้องจากในระยะไกลและลมพายุจากภายนอกที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งว่าสวรรค์กำลังร่ำไห้ให้กับชะตากรรมอันโศกสลดที่รอคอยมนุษยชาติ

“พรุ่งนี้ ตอนรุ่งเช้า พี่จะออกล่าซอมบี้” ประกายแวงวาบผ่านนัยน์ตาของเย่เฉิน การหลบซ่อนในขณะที่ปริมาณอาหารของพวกเขาจัดหาไว้ลดลงอย่างช้าๆ เป็นเพียงการพิพากษาแห่งความตายที่จะมาถึงอย่างช้าๆ สุดยอดไวรัสภายในร่างกายของผู้ติดเชื้อนั้นจะยังคงเพิ่มทวีขึ้นอย่างต่อเนื่องและค่อยๆ พัฒนาขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปอาหารที่พวกเขาจัดหาไว้ลดลงและถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับซอมบี้ที่แข็งแกร่งขึ้นแล้ว มันก็จะไม่แตกต่างกับการขว้างปาชีวิตของพวกเขาทิ้งไป!

“อะ.. อะไรนะ” ความคิดอันไร้สาระของเย่เฉิน ที่จะมุ่งหน้าออกไปเพื่อล่าซอมบี้นั้น ทิ้งให้เย่จูต้องประหลาดใจ “พี่ไปไม่ได้ มันอันตรายเกินไป!”

เย่เฉินลูบหัวของเธอเบาๆในขณะยิ้มพรางพูด

“วางใจได้ พี่จะไม่เป็นอะไร ตอนนี้ มันจะสายแล้ว ดังนั้น พักผ่อนกันเถอะ!” พูดเช่นนั้นแล้ว เขาก็เดินไปยังเตียงขนาดใหญ่หลังหนึ่ง หยิบผ้าพันคอขึ้นมาและทิ้งมันลงบนโซฟา

“พี่จะนอนในห้องนั่งเล่น หากมีสิ่งใดเกิดขึ้น พี่จะรู้ได้เป็นคนแรก น้องควรจะไปนอนในห้องนอน”

เย่จูจ้องมองไปยังพี่ชายของเธออย่างอัศจรรย์ใจ พึมพำออกมาอย่างเงียบ ๆ

“ภัยพิบัติเพิ่งจะเกิดขึ้นแท้ๆ แต่พี่ยังสามารถนอนหลับได้?”

เย่เฉินหัวเราะพรางพูดราวเสียงกระซิบ

“นี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น...”

……

วันถัดมา ยามอรุณรุ่งเช้า เมื่อแสงแรกของดวงอาทิตย์เปล่งประกายพาดผ่านหน้าต่างส่องลงบนใบหน้าของเย่เฉิน เขาเปิดเปลือกตาของเขาขึ้นอย่างช้าๆ เหลือบมองไปยังประตูห้องนอน เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่พรั่งพรูกระจายไปทั่วทั้งหัวใจของเขา เขาเคยมีประสบการณ์ของการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องซ่อนตัวอยู่ในสถานที่บางแห่ง รอให้ถึงยามเช้าก่อนที่จะออกไปไล่ล่าเหล่าสัตว์ประหลาด วันแล้ววันเล่า ซ้ำๆอยู่ในวิถีชีวิตเช่นนี้ เสมือนเครื่องจักรที่ไร้วิญญาณ ทำให้เขาไร้ความรู้สึกไปถึงแก่นแท้

ทว่าวันนี้ เขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพังอีกต่อไป.....

ด้วยรอยยิ้มอันสดใส เขาลุกขึ้นและแปรงฟัน แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหนา ๆ ถือไว้ด้วยมีดผ่าแตงโมเช่นกันกับผูกขวดน้ำมันเบนซินไว้ในกระเป่ากางเกงลายทหารแคโมของเขา มันอาจมีความไม่แน่นอนที่เขาจะพบเจอเข้ากับกลุ่มของซอมบี้ขนาดใหญ่ นอกเหนือจากน้ำมันเบนซินแล้ว เขายังนำเอากล่องไม้ขีดไฟมาด้วย มันสมเหตุสมผลที่จะนำไม้ขีดหากเขาวางแผนที่จะจุดไฟน้ำมันเบนซิน

โดยในเวลาที่เขาเตรียมตัวพร้อมแล้ว เย่จูก็ตื่นขึ้นมา อยู่ภายใต้ชุดราตรีสีขาว เธอเดินนวดนาดออกมาจากห้องอย่างเกียจคร้านก่อนยืดเหยียดตัวยาว ชัดเจนว่าเด็กหญิงผู้นี้ไม่มีความตื่นตัวที่เป็นสิ่งจำเป็นในช่วงของการล่มสะลายนี้ มองไปยังการแต่งตัวที่ดูดีของเย่เฉิน เธออุทานออกมา

“พี่ใหญ่ ดูหล่อมาก”

เย่เฉินแทบสำลักน้ำลายตัวเอง เขามองเธออย่างเสียไม่ได้พรางพูดว่า

“อาหารเช้าอยู่ในครัว พี่จะออกไปแล้ว และน้องอย่าไปเตร็ดเตร่ที่ไหน”

เย่จูหัวเราะคิกคักและพยักหน้า

เย่เฉินทำได้เพียงยิ้มอย่างขมขื่น มองผ่านช่องมอง เขาสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าตลอดแนวทางเดินไม่มีซอมบี้ใดๆอยู่ในระยะสายตา เขาเปิดประตูออกอย่างมั่นใจและก้าวเดินออกไป

“พี่!” เย่จูร้องเรียกอย่างอ่อนโยนจากด้านหลัง

เย่เฉินสะดุ้งตกใจ และหันกลับไปมองเธออย่างงุงงง

เย่จูยืนอยู่ข้างโซฟาพร้อมกับยกกำปั้นขึ้นพรางพูดว่า

“ระวังตัวด้วย!”

เย่เฉินรู้สึกถึงความอบอุ่น เขาอมยิ้มและปิดประตูไว้เบื้องหลัง

เธอรอให้เย่เฉินจากไปก่อน ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังห้องครัวเพื่อทานอาหารเช้า หลังจากกินเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอไม่ได้ผ่อนคลาย แต่แทนที่จะเริ่มทำวิดพื้นกลางห้องนั่งเล่น!

“พี่ใหญ่ เสี่ยวจูจะไม่เป็นตัวถ่วงให้กับพี่” หน้าผากของเย่จูเริ่มมีเหงื่อออก หลังจากวิดพื้น 10 ครั้งหรือมากกว่านั้น แขนอันละเอียดอ่อนและขาวผ่องเริ่มสั่นจากความเมื่อยล้า

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังขบฟันแน่นและทำต่อไป

……

เมื่อออกมาจากห้องแล้ว ล็อคประตูไว้เบื้องหลังของเขาด้วยเสียง คลิก ตัดขาดเย่เฉินออกจากที่พักอันปลอดภัย ด้วยรอยยิ้มของเขาที่ถูกถอนคืนและท่าทางอันเคร่งเครียด เขากำมีดผ่าแตงโมไว้ใกล้กับหน้าอก วิธีเช่นนี้ เขาจะสามารถฟาดฟันไปยังซอมบี้ใดๆที่เข้ามาหาเขาได้อย่างทันท่วงที วิธีการจับมีดเช่นนี้ ฝังแน่นอยู่กับเขาตลอด 10 ปีของการอยู่รอดภายใต้การล่มสะลายของโลก มือสมัครเล่นคนอื่น ๆ ก็แค่จับมันไว้ใกล้กับด้านข้างกางเกงของพวกเขา ซึ่งถ่วงเวลาของพวกเขาในการตอบสนองต่อซอมบี้ มักทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง

ในขณะที่เดินไปตามทางเดินที่เงียบสะนิด เย่เฉินเหยียบลงบนพรมสีแดงเข้มอย่างระมัดระวัง ทำให้เกิดเสียงรบกวนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เขาไม่ได้ไปไกลมาก เพียงมาถึงห้องด้านซ้ายที่ไม่ไกลจากห้องของเขา

ประตูเปิดแง่มอยู่ สายลมอันแผ่วเบาพัดโชยมาจากด้านใน

เย่เฉินกลั้นหายใจ เข้าประชิดติดกับผนัง และใช้เท้าของเขาเปิดประตูอย่างระมัดระวัง เหมือนการคลี่เปิดฉากม่านของโรงละคร ประตูเปิดออกอย่างช้าๆ สภาพภายในห้องค่อยๆปรากฏสู่สายตา ก่อนที่เย่เฉินจะขยับเข้าไปภายใน เขาได้ค้นพบเด็กหนุ่มในชุดแดปเปอร์สวมหมวกตาหมากรุกสีขาว ยืนอยู่หลังประตู

ขณะที่ประตูเคลื่อนเปิดออกอย่างสมบูรณ์ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าของเขาซีดเหมือนคนตายตามมาด้วยตุ่มหนองขึ้นเต็มใบหน้า มุมปากของเขามีรอยเลือดไหลลงมา

ซอมบี้!

เย่เฉินสั่นกระตุก อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ถอยหนี แทนที่ เขาสะบัดมีดผ่าแตงโมอย่างฉับไวไปยังซอมบี้หนุ่ม หากว่าเขาถอยหนีในตอนนี้ มันจะเป็นเพียงการชักนำความสนใจของซอมบี้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ทันใดนั้นดวงตาสีเขียวขุ่นของซอมบี้หนุ่มลุกเป็นไฟพร้อมกับความดุร้านป่าเถื่อนขณะเดียวกันก็แผดร้องคำรามออกมา เคลื่อนไหวเหมือนสัตว์ป่า มันพุ่งเข้าหาเย่เฉินอย่างอุกอาจ ด้วยกงเล็บที่แหลมคมราวกับมีดโกน มันอ้าแขนล้อมรอบตัวเขา ตั้งใจจะขนาบเขาไว้ทั้งสองข้าง

เย่เฉินค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับรูปแบบการโจมตีดังกล่าวแล้ว หากเป็นบุคคลอื่นอาจจะพบกับความสูญเสียของพวกเขาภายในความหวาดกลัวอันหนาวเหน็บ ด้วยเพียงคมมีดและหนึ่งจังหวะการฟาดฟันหัวของซอมบี้ก็เปิดออก หากว่าการโจมตีไม่ร้ายแรงพอ สิ่งที่รอคอยอยู่คือความตายภายใต้อุ้งเล็บของซอมบี้เท่านั้น

เย่เฉินลงมืออย่างใจเย็น เตะตรงไปยังท่อนล่างของซอมบี้ การเตะอย่างรุนแรงและรวดเร๊วส่งผลให้ร่างของซอมบี้โก่งงอ หยุดการเคลื่อนไหวของกรงเล็บที่ตะครุบเข้ามาไว้ตรงกึ่งกลางอย่างฉับพลัน แทบจะในเวลาเดียวกัน เขาจ้วงแทงมีดผ่าแตงโมจากเบื้องล้างเข้าสู่ปรายคางของซอมบี้

ชว๊าก!..

เลือดฉีดพ่นออกมาจากปากของซอมบี้ บางทีมันอาจเป็นผลมาจากการฝืนพับปิดกระพุ้งแก้มของมันส่งผลให้มันกัดโดนลิ้นของมันเอง

เย่เฉินเพียงถอนหายใจอยู่ภายใน มีดผ่าแตงโมไม่ได้มีประโยชน์เทียบเท่ากับมีดที่เหมาะสมกับการใช้งานในลักษณะนี้ ปลายของมันมีขอบแบนเรียบ ไม่เช่นนั้นเขาคงจะเจาะเข้าสู่สมองของซอมบี้ได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสำหรับความคิดที่ไร้ประโยชน์ ทันทีหลังจากความพยายามที่โจมตีครั้งเดียวของเขาล้มเหลว เขาเตะออกอีกครั้งเพื่อเพิ่มช่องว่างระหว่างพวกเขา

เย่เฉินไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาขยับมีดที่จับไว้อีกครั้งหนึ่ง ด้วยใบมีดที่หันออกด้านนอก เขาพุ่งเข้าใส่ซอมบี้อย่างอุกอาจ ทันทีหลังจากที่เขาเข้าใกล้ ซอมบี้ก็ตะครุบเข้ามาอีกครั้งเช่นกัน

วิสัยทัศน์ของเย่เฉินกลายเป็นเย็นชา ด้วยการเตะตรง เขากระแทกเข้าที่ด้านซ้ายของซอมบี้ ความรู้สึกเหมือนโจมตีเข้าใส่มอเตอร์ไซด์ความเร็วสูง เมื่อมันกลายมาเป็นการต่อสู้ด้วยความแข็งแกร่ง ซอมบี้นั้นแข็งแกร่งกว่าถึงสามเท่า!

ลูกเตะนั้นทั้งแม่นยำและรวดเร็ว หดขาของเขากลับคืนมาในชั่วอึดใจเดียว ตัดโอกาสใด ๆ ที่ซอมบี้จะคว้าจับขาของเขาไว้ได้ แม้ว่าผลจากการหดขากลับทำให้เย่เฉินส่ายโงนเงนไปด้านหลังเล็กน้อย ลูกเตะพิฆาตการเคลื่อนไหวของซอมบี้สัมฤทธิ์ผล นำไปสู่การหยุดชะงักของมัน

ช่องว่างเผยออก!

ดวงตาของเย่เฉินส่องประกาย ในจังหวะหดขากลับ เขาหยิบยืมแรงหนุนและหมุนร่างของเขาเป็นวงกลม ใช้มีดผ่าแตงโมในการถือแบบหันกลับพร้อมกับหันคมมีดออกด้านนอก เขาเหวี่ยงเป็นเส้นโค้งที่ดุร้ายไปยังคอของซอมบี้

ชว๊ากกกก...!

มีดเฉือนเข้าไปในคอของซอมบี้ ทว่ามันไม่ได้คมพอที่จะไปได้ตลอดทาง หยุดลงตรงกึ่งกลางของลำคอ เย่เฉินไม่ได้พยายามที่จะบิดคมมีด การกระทำเช่นนั้นเพียงจะก่อให้เกิดความเสียหายเท่านั้น เขาดึงมันออกมาด้วยมือซ้ายและหมอบลงเพื่อส่งมอบลูกเตะกวาดต่ำ พยายามที่จะโค่นซอมบี้ให้ล้มลง ความรู้สึกที่สัมผัสได้ราวกับเตะโดนราวเหล็กสองอัน เท้าของเขาสั่นอย่างเจ็บปวด อย่างไรก็ตามไม่มีที่ว่างสำหรับความคิดที่สอง ขณะที่ซอมบี้สูญเสียสมดุลของมัน มันล้มคว่ำไปด้านหน้า

ตอนนี้แหละ!

ดูเหมือนเย่เฉินจะกระตุ้นศักยภาพของร่างกายเขาอย่างเต็มที่ ด้วยมีดผ่าแตงโมที่ถือแบบหันกลับ ร่างกายของเขาอยู่ในท่าหมอบและซอมบี้ล่มตรงมายังเขา เขาเล็งมีดตรงไปยังซอมบี้ ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่เขาสามารถรวบรวมได้ เขาตัดไปยังบาดแผลบนคอของซอมบี้ ตัดหัวของมันออกจนสะอาด

ชั๊ววว!..

ศีรษะร่วงลงราวกับลูกบอลตกลงสู่พื้น เลือดสีดำหม่นไหลซึมออกมาจากบาดแผลเหวอะหวะตรงจุดที่ถูกตัดปลดปล่อยกลิ่นอายเหม็นหืน

สำหรับซอมบี้ที่ปราศจากศีรษะ ยังคงกระเสือกกระสนต่อไป แขนขาของมันตีไปรอบๆอย่างบ้าคลั่ง เย่เฉินคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้และไม่ได้ผ่อนคลายในทันทีที่เขากุดหัวชีวิตซอมบี้แล้ว แทนที่ เขาเตะเท้าออกไปส่งซอมบี้ที่ไร้ศีรษะล่มหงายไปด้านหลัง หลังจากครู่หนึ่งของการทุบตีอย่างป่าเถื่อน ในที่สุดมันก็ทรุดลงไปบนพื้นอย่างไร้กำลัง

การแลกเปลี่ยนทั้งหมดนี้อาจกล่าวอย่างเชื่องช้า อย่างไรก็ตามตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ การเผชิญหน้าครั้งนี้กินเวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้น เย่เฉินไม่ได้ให้ความสนใจต่อซอมบี้ที่ตายไปแล้วอีกต่อไป กลับกัน กวาดไปทั่วทั้งห้องด้วยสายตาของเขา ภายในห้องแน่ชัดว่าค่อนข้างจะยุ่งเหยิง ด้วยคราบเลือดที่มีอยู่ในทุกๆที ยังโชคดีที่ว่าไม่มีซอมบี้ตัวที่สอง หากว่าเป็น 2 ต่อ 1 เขาอาจจะถูกบังคับให้จ่ายด้วยราคาที่หนัก

ควรสังเกตว่าซอมบี้นั้นทรงพลังอย่างมาก มีความแข็งแรงเทียบเท่ากับผู้ชายที่โตเต็มวัยแล้วสามคนรวมกัน ตลอดจนครอบครองสามอาวุธที่ร้ายแรง กระพุ่งแก้มที่ติดเชื้อและสองชุดของกรงเล็บที่แหลมคมราวมีโกน ความยากลำบากในการเผชิญหน้ากับศัตรูดังกล่าวนั้นใหญ่หลวงนัก คนทั่วไปจะต้องมีเงื่อนไขที่ดีจำนวนมากเพื่อที่จะเอาชนะพวกมัน บ่อยครั้งที่มักไม่รอด เพียงความตายเท่านั้นที่รอคอย

ฟิ๊ววว...

เย่เฉินถอนหายใจ หันกลับและปิดประตู มองไปยังซากศพของซอมบี้ เขาสงบนิ่งเมื่อต้องผ่าร่างที่ไม่สมประกอบของมัน เผยอวัยวะภายในของมัน พวกมันยังคงอยู่ในสภาพเดิมโดยไม่มีสัญญาณของการเสื่อมสะลายใดๆ พวกมันเพียงกลายเป็นสีดำเท่านั้น แม้แต่กระดูกจำนวนมากตลอดทั่วทั้งร่างก็กลับกลายเป็นดำมืด ราวกับว่าพวกมันถูกเคลือบอยู่ภายในชั้นของสีดำ มืดมนจนส่องประกาย

เย่เฉินคลุมมือของเขาด้วยถุงพลาสติกและเริ่มควานหาตลอดจนทั่วทั้งอวัยวะภายในของซอมบี้ นอกเหนือจากอวัยวะดำมืดต่าง ๆ เขาไม่พบสิ่งใดเลย “ เนื้อก่อกลายพันธุ์” ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างเล็กน้อย

“ชร๊ากก— คร๊ากก..”

ทันใดนั้น จากมุมห้องปรากฏเสียงเคี้ยวเบาๆดังออกมา

เย่เฉินตื่นตกใจ เขาคว้ามีดผ่าแตงโมโดยอัตโนมัติก่อนจะหันไปยังตำแหน่งที่คาดเดา ดูเหมือนว่าเสียงจะมาจากที่ไหนสักแห่งด้านหลังเตียงที่อยู่ภายในห้องนอน

เย่เฉินขมวดคิ้ว เขาขยับเข้าใกล้อย่างช้าๆ วนรอบเตียง ตรงหัวมุม เขาเห็นเด็กสาวตัวน้อยแต่งตัวด้วยชุดเดรสชิ้นเดียวสีขาว นั่งยองอยู่ที่มุม หันหน้าเข้าหากำแพง ดูเหมือนจะเล่นอยู่กับบางสิ่งบางอย่างด้วยมือของเธอในขณะที่ร่างกายสั่นอย่างไม่หยุดหย่อน โครงร่างอันเปราะบางของเธอทำให้ทุกคนหรือใครๆที่ได้พบเห็นเธอรู้สึกเวทนาสงสาร

“สาวน้อย” เย่เฉินร้องเรียก

เด็กสาวดูเหมือนจะกลัวคนแปลกหน้า เธอยังคงซ่อนตัวอยู่ในมุม หันหน้าไปทางกำแพงต่อไป มือที่เล่นอยู่กับบางสิ่งบางอย่างนั้นถูกบดบังด้วยชุดของเธอ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เย่เฉินประชิดเข้าไปใกล้

“สาวน้อย” เย่เฉินร้องเรียกออกมาอีกครั้งและตบเบาๆลงบนไหล่ของเธอ

เด็กสาวหันกลับมาอย่างช้าๆ เธอมีผมที่สวยงามอยู่บนศีรษะ ภายใต้ผมสีดำที่กระเซอกระเซิงของเธอ เป็นคู่ดวงตาสีเขียวขุ่น มุมปากของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและที่อยู่ในมือของเธอ เป็นมือมนุษย์ที่ถูกกินไปแล้วครึ่งนึ่ง

“กร๊าซซซ...”

เด็กสาวตัวน้อยพยายามอย่างดุร้ายที่จะฉีกกัดเย่เฉิน ด้วยความตื่นตระหนก มือของเขาที่ยึดจับมีดไว้ที่หน้าอกของเขาเสมือนสะบัดฟาดออกไปด้วยตัวของมันเอง มันเจาะเข้าสู่ไหล่ซ้ายของเด็กสาวตัวน้อย ทว่านั้นมันยังไกลไป เย่เฉินรู้สึกผิดหวังอยู่ภายในใจ หลังจากนี้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่มีดผ่าแตงโมใช้สำหรับผ่าแตงโม ไม่ใช้มีดของคนขายเนื้อสำหรับสังหารเข่นฆ่าคน

เย่เฉินไม่ได้วางใจมีดผ่าแตงโมอย่างสมบูรณ์ แม้กระทั่งมีดฝังติดอยู่หัวไหล่ของเด็กสาว มันก็ไม่ลดทอนความดุร้ายของเธอลงแม้เพียงเล็กน้อยในขณะที่เธอจู่โจมเข้ามา มันราวกับว่าเธอไม่สามารถรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด ปราศจากคำอื่นใด เย่เฉินเตะเด็กสาวตรงยอดอกอย่างหนักหน่วง เสียงของกระดูกซี่โครงของเธอแตกหักดังออกมาให้ได้ยิน กระแทกซีกขวาของเธอเข้าสู่ผนัง

ด้วยเท้าที่กดเธอไว้อย่างหนักแน่น เขาสับไปยังกะโหลกของเธออย่างไร้ปราณี คร๊า..ชร๊ากก.. ศีรษะของเด็กสาวแตกร้าวและเปิดออก เลือดซึมออกมาจากกลางหน้าผากของเธอราวกับหนอน ในชั่วอึดใจสุดท้ายของเธอ เธอจับจ้องมายังเย่เฉินด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือด ความตะกละและความเคียดแค้น


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(1)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

เล่ม 1 ภาคแรก : มนุษย์มด ตอนที่ 3 ล่าซอมบี้