MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

เล่ม 1 ภาคแรก : มนุษย์มด ตอนที่ 2 จุดจบของโลก !

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 - 12:42 น.
AA 132


ไข่ไก่เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยโปรตีน เช่นเดียวกันก็เป็นส่วนประกอบอาหารที่หลากหลาย ในระยะหลังของล่มสะลาย ไข่ได้ขาดช่วงของการคงอยู่ไปนาน

นอกจากนี้ เย่เฉินยังได้ซื้ออาหารจำนวนมากที่มีสารอาหารครบถ้วนและมีอายุในการเก็บรักษาที่ยาวนาน สำหรับเนื้อสัตว์และผักแล้ว เขาไม่ได้รบกวนสิ่งเหล่านั้น ผักสดนั้นยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามพวกมันหมดอายุเร็วเกินไป ในทางกลับกันผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จะปนเปื้อนทันทีในระหว่างการล่มสะลายของโลกทำให้เกิดการเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว มันไร้ประโยชน์ที่จะกักตุนสิ่งเหล่านั้น

เนื่องมาจากการซื้อหาอาหารอย่างมหาศาลของเย่เฉิน พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตจึงต้องจัดเตรียมสินค้าทั้งหมดเพื่อที่จะส่งไปยังโรงแรมที่เย่เฉินพักอยู่ หลังจากคิดเกี่ยวกับมันอีกครั้ง เย่เฉินตัดสินใจร้องขอห้องอีกห้องที่อยู่ข้างห้องเดิมของพวกเขาในทันทีเพื่อเก็บอาหารของพวกเขาทั้งหมด

เมื่อเย่จูได้เห็นภูเขาอาหาร เธออดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ ปากอันบอบบางของเธออ้าจนเป็นรูปตัวโอ “O” แม้กระนั้นเธอก็ยังต่อสู้กับตัวเองกับแรงกระตุ้นที่จะถามเย่เฉิน

เมื่อจัดการปัญหาเกี่ยวกับอาหารแล้ว เย่เฉินเหลือบดูเวลา มันเป็นเวลา 15.00 ในช่วงบ่าย เขาออกไปจากโรงแรมมุ่งหน้าไปยังร้านเครื่องมือเพื่อที่จะจัดหาซื้อมีดผ่าแตงโม 5 เล่ม เดิมทีเขาคิดจะซื้อเพียงคู่เดียว อย่างไรก็ตามเขาพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่าพวกมันอาจได้รับความเสียหายในขณะปัดป้องซอมบี้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะซื้อมากเป็นพิเศษเพื่อความไม่ประมาท

สุดท้ายแล้ว เย่เฉินคำนวลทุนทรัพย์ที่เหลือของเขา เขายังคงเหลืออยู่ราวๆแปดพัน เขานำออกมาหนึ่งพันและใช้ทั้งหมดซื้อน้ำแร่บรรจุขวด มันอาจมีกรณีที่หนูกลายพันธุ์เริ่มสร้างความเสียหายกับท่อส่งน้ำใต้ดิน สำหรับที่เหลืออยู่เจ็ดพัน เขาโยนมันในการจัดซื้อน้ำมันเบนซิน

น้ำมันเบนซินเป็นสารระเหยซึ่งจะระเบิดทันทีเมื่อติดไฟ เขาสามารถเติมลงในขวดเปล่าหรือขวดน้ำพร้อมกับวัสดุต่างๆเพื่อใช้เป็นระเบิดชั่วคราว นี้อาจเป็นอาวุธที่เหมาะสมในกรณีที่เขาเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ที่ทรงพลัง

เมื่อเขาทำทุกอย่างเสร็จสิ้น มันก็เป็นเวลา 17.00 ในช่วงบ่ายแล้ว เย่เฉินหยิบมีดผ่าแตงโมและกลับไปยังโรงแรม ที่นั้น เขาชายตามองไปยังเย่จูอย่างอิดโรยอยู่ครู่หนึ่ง เขาปิดประตูโดยปราศจากคำพูด หย่อนมีดไว้มุมห้องและฟุบลงไปบนเตียง

“ ปล่อยให้พี่นอนก่อน หลังจากนี้ ไม่ว่าใครมาเคาะประตู อย่าเปิดเป็นอันขาด จำไว้ให้ปลุกพี่ตอน 1 ทุ่มตรง” เย่เฉิน บอกกับ เย่จูอย่างง่วงซึม ก่อนจะล่มตัวลงสู่ห่วงนิทรา เขาเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน....

ในขณะนี้ ก่อนที่ร่างกายของเขาจะแข็งแรงขึ้น หลังจากวิ่งไปทั่วทุกที่ตลอดทั้งวัน เรี่ยวแรงของตัวเขาเองนั้นหมดไปตั้งนานแล้ว ด้วยประการฉะนี้เขาแทบจะหลับในทันทีเมื่อหล่นลงไปบนเตียง

คิ้วอันเรียวงามของเย่จูขมวดเข้าหากันอย่างอ่อนโยน เธอนั่งลงไปบนโซฟาอย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกๆการกระทำที่ยากจะเข้าใจของเย่เฉิน เพียงทิ้งความแปลกและตกใจไว้ให้เธอ

……

กั๊กๆ กั๊กๆ !

เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาดังขึ้นจากด้านนอกประตู

เย่จูเหลือบตามองไปยังนาฬิกาข้อมือของเธอ มันเป็นเวลา 19.02 แล้ว เธอเตรียมที่จะไปปลุกเย่เฉิน อย่างไรก็ตามเธอลังเลเมื่อเห็นว่าเขาหลับอย่างสงบ เธอทนไม่ได้ที่จะรบกวนการนอนหลับของเขา เมื่อเธอได้ยินเสียงฝีเท้า คิ้วของเธอขมวดเบา ๆ ขณะเดียวกันเธอลุกขึ้นและเดินเข้าหาประตู

ฝีเท้าด้านนอกดูเหมือนจะเกิดปฏิกิริยากับเสียงรบกวน จะด้วยประการใดก็ตามมัน มันได้ตัดสินใจแล้วที่จะเคลื่อนต่อไป อย่างไรก็ตาม ในฉับพลันมันกลับหันไปรอบๆและกระหน่ำทุบเข้ากับประตูเสียงดังอื้ออึงอย่างขะมักเขม้น

“พนักงานโรงแรมนี้ช่างแข็งแรงกันเหลือเกิน!” เย่จูคิด พรางบิดลูกบิดประตูเพื่อที่จะเปิดมัน

“กร๊ากก...ก..”

ประตูเพิ่งจะเปิดออก ก่อนที่เสียงคำรามอันโหดร้ายและน่าหวาดกลัวที่คล้ายคลึงกับเดรัจฉานป่าเถื่อนจะดังเข้ามาในหูของเย่จู ในทันทีหลังจากนั้นเธอได้รับการทักทายจากสายตาของชายคนหนึ่งที่สวมชุดทักซิโด้สีดำตะครุบเข้าหาเธอ ใบหน้าของชายนั้นเต็มไปด้วยตุ่มหนอง หนองเน่าบูดสีเหลืองไหลซึมออกมา รูม่านตาของเขาเป็นสีเขียวขุ่นและฟันของเขายื่นออกมาจากปาก ในทุกๆส่วนของเขามองดูเหมือนผีดิบ( jiangshi) เล็บของเขาดำสนิท และสามนิ้วยาวแหล่มคมราวกับใบมีด

“ อ๊ะ” เย่จูไม่เคยพบกับคนที่ทำให้ขนพองสยองขวัญเช่นนี้มาก่อน เธอตกลงสู่สภาวะที่หวาดกลัวอย่างสุดขีด โดยไม่รู้ตัวเธอยื่นมือของเธอออกมาปกป้องตัวเองในขณะเดียวกันก็ปิดตาของเธอแน่นพร้อมๆกับกรีดร้องออกมา

กรี๊ด..ด.ด..

เลือดสาดไปด้านข้าง ตามติดด้วยร่างกายกระแทกลงกับพื้นด้วยเสียงอันดัง

“ไม่ต้องกลัว” เสียงอันอ่อนโยนเหมือนธรรมชาติที่เงียบสงบดังเข้ามาในหูของเธอ เย่จูลืมตาของเธอด้วยความประหลาดใจ เธอเห็นเย่เฉินผู้ซึ่งเธอไม่รู้แม้กระทั้งว่าตื่นขึ้นมาเมื่อไร กุมมีผ่าแตงโมอยู่ คมมีดแวววาวไปด้วยเลือดสีดำหม่น และชายที่หน้ากลัวก่อนหน้านี้หัวของเขามีรอยแยกเปิดกว้างและแผ่หลาอยู่บนพื้นไม่มีการเคลื่อนไหวแม้กระทั้งนิ้ว

“พี่ พี่ใหญ่ ท่านฆ่าคนตาย” เย่จูพูดติดอ้างด้วยความตกใจ

เย่เฉินยิ้มให้ พรางตบเบาๆลงบนไหล่ของเธอ และพูด

“น้องกลับเข้าไปในห้องก่อน อีกครู่พี่จะอธิบายสิ่งต่างๆให้น้องฟัง”

เย่จูจ้องไปยังเขา หลังจากหยุดคิด ในที่สุดเธอก็หันกลับและเข้าไปในห้อง

เมื่อเธอไปแล้ว เย่เฉินก็ถอนคืนรอยยิ้มของเขา เขาก้มลงและลากศพไปให้ห่างจากประตูทางเข้า โชคดีที่มีซอมบี้เพียงตัวเดียวในทางเดิน หากมีมากกว่านี้ มันอาจจะเป็นหายนะ

ปรากฏความเยือกเย็นสะท้อนอยู่ในแววตาของเย่เฉินในขณะที่เขาสับไปยังหน้าอกของศพ สองสามครั้ง ก่อนที่จะแยกชั้นผิวออกเปิดเผยอวัยวะภายใน ในระหว่างการกระทำดังกล่าวที่เต็มไปด้วยเลือด เขายังคงรักษาความสงบและท่าทีที่ใจเย็นไว้ได้อย่างมั่นคง ราวกับว่าเขานั้นคุ้นเคยกับสถานนะการตรงหน้ามาเนินนาน

“ไม่มีเนื้อกลายพันธุ์” เย่เฉินขมวดคิ้ว พร้อมๆกับสายหัว

“จากความรู้เดิม โดยเฉลี่ยแล้ว เพียงหนึ่งในสิบของซอมบี้เท่านั้นที่จะมีเนื้อกลายพันธุ์ ไม่มีทางที่มันจะง่ายดายเช่นนี้”

จากนั้น เขาลุกขึ้นและเข้าไปให้องพลางปิดประตูด้านหลังของเขาลง ราวกับว่ามันทั้งหมดนั้นเพียงสิ่งเล็กน้อย

สำหรับการกำจัดซากศพซอมบี้?

ไม่มีความจำเป็นใดๆ

กับการมีอยู่ของซอมบี้ที่โหดร้ายกระหายเลือกเช่นนี้ ทำไมพวกมันไม่จู่โจมกันและกันเอง? นั้นเป็นเพราะว่าเมื่อพวกมันได้กลายเป็นซอมบี้แล้ว เลือดของพวกมันจะเริ่มขาดแคลนสารบางอย่างซึ่งได้เปลี่ยนสีจากแดงสดไปเป็นดำสะนิด และซอมบี้จะตามหาเพียงเลือดสีแดงสดเท่านั้น

เช่นนั้นแล้ว ซากซอมบี้นี้จึงไม่ดึงดูดซอมบี้ตัวอื่นใดให้มา

แน่นอนว่า ในระยะหลัง แม้กระทั่งซอมบี้ก็จะเริ่มพัฒนาความสามารถทางความคิดในระดับหนึ่ง ในกรณีเช่น มันอาจจะสามารถค้นพบซากศพของหนึ่งในพวกตน แล้วจึงสรุปได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ดึงดูดมันให้เข้ามา ในระยะเริ่มแรกซอมบี้นั้นจะปราศจากสติปัญญา ในกรณีนี้อาจเรียกว่า “ไร้เดียงสา”

……

ภายในห้อง เย่จูกำลังสั่นสะท้านบนโซฟาตกอยู่ในความสับสนอย่างสมบูรณ์ เธอคิดอย่างไม่อาจจะเข้าใจได้

เย่เฉินวางมีดไว้ในตู้ด้านข้างก่อนจะเดินเข้าไปตบเบาๆบนไหล่น้องสาวของเขาเล็กน้อย เขาอมยิ้มแล้วถาม

“อะไรที่อยู่ในใจของน้อง?”

เย่จูจ้องไปยังพี่ชายของเธอก่อนจะถอนหายใจออกมา และพูด

“พี่ หนูเชื่อว่าไม่ว่าเรื่องอะไรที่พี่ทำ มันต้องมีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง หนูเพียงขอร้องพี่เท่านั้นเพื่อที่จะไม่พยายามทำสิ่งใดที่โง่เขลา”

เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

เย่จูถลึงตาใส่เขาอย่างสับสน พลางร่ำร้องออกมา

“พี่หัวเราะอะไร?”

เย่เฉินเคาะจมูกอันทรงเสน่ห์ของเธอเบาๆ พร้อมพูด

“พี่เข้าใจว่าน้องจะต้องเต็มไปความสงสัย ตอนนี้มันได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ พี่ควรจะบอกน้องเกี่ยวกับมัน”

เย่จูหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว

เย่เฉินลดคืนรอยยิ้มของเขา หลังจากหยุดคิดชั่วครู่ เขาเก็บรวบรวมสาระสำคัญภายในใจก่อนจะหันไปจ้องอย่างจริงจังยังเย่จู เขาพูดด้วยโทนเสียงอันเคร่งขรึม

“ผู้ที่พี่ฆ่าไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่มนุษย์ เขาเป็นซอมบี้”

“ซอมบี้?” เย่จูเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เย่เฉินพยักหน้าก่อนจะพูดต่อว่า

“น้องอาจพบว่านี้มันยากที่จะเชื่อ แต่เริ่มตั้งแต่ตอน 1 ทุ่ม โลกที่พวกเรารู้จักมันได้กระโจนเข้าสู่การล่มสะลาย ไวรัสหายนะได้รับการปลดปล่อยจากอเมริกาเหนือและได้เริ่มต้นกวาดล้างโลกทั้งใบ จาก 1 ทุ่ม. เป็นต้นมา กว่า 70% ของมนุษย์ได้เปลี่ยนกลายมาเป็นซอมบี้ ขณะที่สรรพสัตว์ พวกมันได้พัฒนากลายเป็นสิ่งประหลาดที่กระหายเลือดและน่ากลัว!”

ดวงตาของเย่จูเบิกกว้าง แม้ว่าเธอจะไม่เคยสงสัยในคำพูดของพี่ชาย แต่สิ่งที่เขาเพิ่งพูดมันน่าตกใจเกินกว่าจะเชื่อ

การจุดจบของโลก?

ควรสังเกตว่า นับตั้งแต่ปี 2010 มีการถกเถียงมากมายเกี่ยวกับการล่มสะลายที่กำลังจะมาถึงในปี 2012 ในเวลานั้นมีภัยพิบัติทางธรรมชาติและแผ่นดินไหวจำนวนมากที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งดูเหมือนจะบ่งบอกถึงการสิ้นสุดของโลก ในพื้นที่ของญี่ปุ่นยังมีเหตุการณ์ การรั่วไหลของกากนิวเคลียร์ส่งผลให้สัตว์นับไม่ถ้วนในมหาสมุทรประสบการกลายพันธุ์เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม มันเป็นความจริงที่ว่าโลกไม่ได้จบสิ้นในช่วงปี 2012 การคาดเดาและตัวชี้วัดทั้งหมดที่นำไปสู่การถูกเพิกถอนทันที แต่ในขณะนี้ เย่เฉินพูดอย่างฉับพลันว่าโลกภายนอกในปัจจุบันกำลังเกาะกลุ่มไปด้วยสัตว์ประหลาด นี้มันจะไม่น่าเชื่อถือไปหน่อยหรือ?

เย่เฉินเหมือนจะคาดเดาได้ถึงความคิดของเธอ เขาไม่ได้พูดต่อ เขารู้ว่าการโน้มน้าวใครบางคนเกี่ยวกับความจริงอันโหดร้ายของสิ่งต่าง ๆ ในทันทีนั้นเป็นงานที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจ เพื่อให้ทุกสิ่งง่ายขึ้นในตอนนี้ เขาพูด

“ไม่ว่าในกรณีใดๆ ไม่ว่าเรื่องอะไร อย่าเปิดประตูไม่ว่าใครจะมาเคาะก็ตาม!”

เห็นได้ชัดว่าเย่จูยังคงรู้สึกแปลกๆอยู่บ้างเล็กน้อย เธอตอบรับเพียงการพยักหน้าไม่กี่ที

เย่เฉินนั่งลงไปบนโซฟาที่อยู่ใกล้ๆ ใคร่ครวญถึงก้าวต่อไปของเขาขณะเดียวกันก็ให้เวลาน้องสาวของเขาได้คิดกับตัวเอง

“พี่ชาย....” เย่จูร้องเรียกอย่างฉับพลัน

เย่เฉินกระตุกแล้วหันกลับมา เด็กน้อยดูเหมือนจะสงบลงอย่างมากและจับจ้องตรงมายังเขา พูดอย่างหนักแน่นว่า

“หนูเชื่อพี่!”

หัวใจของเย่เฉินสั่นไหว เขารู้สึกว่าเลือดของเขาเดือดพล่านไปตลอดทั่วทั้งร่าง หลังจากการจ้องมองอย่างว่างเปล่าครู่หนึ่ง เขาถามอย่างกวนๆ

“หนูเชื่อในสิ่งที่พี่พูดจริงๆหรือ?”

เย่จูพยักหน้าอย่างจริงจัง

“พี่ นับตั้งแต่พวกเรายังเล็กจนถึงปัจจุบัน พี่ไม่เคยที่จะโกหกหนูเลย”

เย่เฉินทำได้เพียงยิ้มอย่างข่มขื่น

เย่จูกลอกตาของเธออย่างสนุกสนาน ทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าเธอไม่มีความกังวลหรือหวาดกลัวใดๆกับการล่มสะลายของโลกเลย เด็กน้อยนี้ทำตัวเหมือนเด็กซุกซน ยกมือของเธอขึ้นพร้อมกับพูดว่า

“พี่ใหญ่ หนูมีคำถาม”

เย่เฉินถูจมูกของเขาขณะพูด “พูดมาเถอะ”

เย่จูกระพริบตาของเธอพร้อมกับความอยากรู้อยากเห็นอันเร่าร้อน

“พี่รู้ได้อย่างไรเกี่ยวกับการล่มสะลาย?”

เย่เฉินไร้คำพูดไปชั่วอึดใจ เขาไอแห้งๆออกมาก่อนที่จะฝืนเข้าสู่บทบาทของความกระตือรือร้นและชอบธรรม

“นี้ ชัดเจนว่าเป็นเหตุการณ์ธรรมดาของการประสบกับความฝันเชิงพยากรณ์จากสวรรค์ มันเป็นพรจากพลังอันสูงส่งอย่างแน่แท้ แน่นอนว่าหนูก็รับรู้แล้วว่าพี่นั้น พี่ใหญ่ของหนูเป็นอวตารของโชคลาภที่จุติลงมาบนโลกใบนี้ อ๊า อย่าพึ่งหาว รอก่อน อย่างน้อยฟังพี่ให้เสร็จก่อน? อ๊ะ อย่าพึ่งหลับ?”

เย่จูรอให้เขาพูดให้เสร็จก่อนจะเปิดตาของเธอขึ้น เธอบุ้ยริมฝีปากตัวเองก่อนจะพูด

“เอาล่ะ คำถามต่อไป”

เย่เฉินถูจมูกของเขาอีกครั้ง “พูดมาได้”

เย่จูพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนถาม

“พี่ ทำไมพี่ถึงตัดสินใจพาพวกเรามาที่นี้ หากพี่กำลังมองหาฐานที่มั่นคง มีสถานที่ปลอดภัยกว่าที่นี้แน่นอน เช่นที่ไหนซักแห่งในพื้นที่ชนบท ซอมบี้ที่นั้นเป็นธรรมดาที่จะมีอยู่อย่างจำกัด”

เย่เฉินไม่ได้พูดเกี่ยวกับสิ่งอื่นอีก ทว่าตอบกลับอย่างจริงจัง

“พี่เลือกสถานที่นี้ด้วยเหตุผล 2 ประการ เหตุผลข้อแรกคือโรงแรมนั้นทั้งสะดวกและถูกสุขลักษณะ น้องควรที่จะรู้ว่าไวรัสนั้นไม่เพียงแต่เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นซอมบี้ กระทั้งสัตว์และแมลง ก็จะพัฒนาเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด น่าหวาดหวั่นไปไกลเกินกว่าซอมบี้ สิ่งที่ยิ่งมากกว่านั้น โดยไม่ต้องสงสัยด้วยสถานทีที่เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวจึงมียุงและแมลงในปริมาณที่น้อยถึงน้อยที่สุด

เย่จูเข้าใจได้ในทันที เธอตอบกลับว่า

“ถ้าเป็นตามเหตุผลที่ว่ามานั้น ไม่ได้หมายความว่าที่พื้นที่ชนบทนั้นเป็นอันตรายยิ่งกว่าในเมืองหรือ?”

เย่เฉินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย คนทั่วไปจะหนีออกไปจากตัวเมืองในทันทีที่พวกเขาเห็นฝูงของซอมบี้ คิดไปว่ามันจะปลอดภัยกว่าเมื่ออยู่ในป่า อย่างไรก็ตาม หากมนุษย์ที่ติดเชื้อกลายพันธุ์เป็นซอมบี้แล้ว สัตว์ที่ติดเชื้อจะเก็บรักษารูปแบบของพวกมันไม่ได้รับผลกระทบหรือ? โดยธรรมชาติแล้วพวกมันย่อมจะกลายพันธุ์ไปสู่สัตว์ประหลาดที่ไม่อาจบรรยายได้ด้วยเช่นกัน!

และเหล่าสัตว์ก็จะร่วมกลุ่มกันอยู่ในพื้นที่ชนบทอย่างแน่นอน

“เหตุผลข้อที่สองคืออะไร”

“เหตุผลข้อที่สองนั้นก็คือโรงแรมแห่งนี้มีประตูและผนังที่แข็งแรง สามารถที่จะรับมือกับซอมบี้ทั่วไปได้อย่างไม่มีปัญหา” เย่เฉินหัวเราะหึๆ

ใครก็ตามที่เคยมาที่โรงแรมแห่งนี้จะรู้ว่าประตูนั้น แม้จะดูเหมือนทำจากไม้ กลับมีชั้นของเหล็กอยู่ภายในทำให้รู้สึกว่าค่อนข้างหนัก เมื่อเปิดและปิดประตู แม้ต่อต้านกับกลุ่มของซอมบี้นับ10ตัว มันจะใช้ระยะเวลาพอสมควรสำหรับพวกมันเพื่อที่จะทำลายได้สำเร็จ

จากนั้นเย่จูจ้องมองไปยังเขาด้วยความสงสัยก่อนจะถาม

“ถ้าอย่างนั้นทำไมพวกเราไม่กลายเป็นซอมบี้?”

คิ้วของเย่เฉินกระตุกก่อนที่เขาจะพูดอย่างกะทันหัน

“น้องคงจะลืมไปว่า พวกเราพึ่งพาตัวเองตลอดเวลามาตั้งแต่พวกเรายังเด็ก ทำให้ร่างกายของพวกเรานั้นแข็งแรง ยิ่งกว่านั้น พวกเราเพิ่งฉีดวัคซีนเมื่อปีที่แล้ว ย่อมเป็นธรรมดาที่พวกเราจะไม่กลายเป็นซอมบี้”

“เป็นเช่นนั้นจริงหรอ?” เย่จูจ้องไปยังเขาอย่างสงสัย

เย่เฉินรู้สึกอับอายอยู่ภายในใจ เราไม่รู้อย่างเฉพาะเจาะจง อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์จากการล่มสะลายครั้งก่อน ก่อนที่จะย้อนกลับมา เขามั่นใจว่าในชีวิตที่สองนี้ เขาจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับน้องเล็กของเขา เย่จู เธอตายในช่วงของการล่มสะลายด้วยน้ำมือของซอมบี้ ซึ่งหมายความว่าเดิมทีเธอก็ไม่ได้รับผมกระทบด้วยเหมือนกัน

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(1)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

เล่ม 1 ภาคแรก : มนุษย์มด ตอนที่ 2 จุดจบของโลก !